เกมนี้ “ขุนพลช้างศึก” ไม่มี “วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมนี คุมทีมข้างสนาม เพราะถูกโทษแบนหลังจากโดนไล่ออกในนัดแรก แต่ "ช้างศึก" ก็ยังมีผู้เล่นตัวหลักลงสนามอย่างครบครัน นำโดย "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงตัวความหวัง และ "โก้" ดัสกร ทองเหลา เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง เปิดฉากครึ่งแรก ทีมไทย ครองเกมบุกแหลกจนมาเลเซียเปิดตำรารับแทบไม่ทัน นาทีที่ 29 ธีรศิลป์ ได้หลุดการประกบของสองกองหลังทีมเยือนเข้าไปยิงเน้นๆ แต่บอลเฉี่ยวเสาไปนิดเดียว ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 43 โมฮาเหม็ด ฟาดห์ลี่ กองหลังของมาเลเซีย ไปปะทะคารมกับดัสกร กรรมการจึงแจกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ส่วนดัสกรรับใบเหลืองแรกเช่นกัน จบ 45 นาที จึงเสมอกัน 0-0
เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมไทย ที่ได้เปรียบตัวผู้เล่นมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ธีรศิลป์ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงผ่านตัวผู้รักษาประตูเสือเหลือง ในนาทีที่ 60 จากนั้นอีก 5 นทีถัดมา “ช้างศึก” ก็มาได้ประตูที่ 2 จากการยิงของ ธีราทร บุญมาทัน จบเกม ทีมไทย ชนะ มาเลเซีย 2-0 สกอร์รวม 2 นัด ไทย ชนะ 3-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ “ลอดช่อง” สิงคโปร์ ต่อไป โดยรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ทีมไทย จะออกไปเยือน สิงคโปร์ ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ จากนั้นในนัดที่ 2 จะกลับมาเล่นที่ไทย ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้
ข้อมูลข่าวและภาพ จาก...http://www.dailynews.co.th